Menu

แรงค์ 4 พรีเมียร์ลีก หรือแชมป์ ยูโรปา ลีก?

0 Comment

ถ้าไม่เกิดเหตุ ''ก๊อดซิลล่า Vs. คิงคอง'' ขึ้นบนโลกเน่าๆของเราเสียก่อน พวกพ้องภูติผีปีศาจแดงน่าจะคุ้ยเขี่ยผ่านเข้ารอบ 8 กลุ่มสุดท้าย ยูโรปา ลีก ได้สำเร็จ
นี่คือโทรฟี่ที่มีความสำคัญระดับอ๋องเพียงแต่รายการเดียวของยุโรปในที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยสัมผัสอย่าว่าแต่ว่าสัมผัสเลยครับ – ไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ด้วย
ดูเหมือนถ้วยนี้ไม่ค่อยถูกโฉลกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด สักเท่าไหร่ แถมส่วนใหญ่พวกเขามักดำรงชีวิตอย่างหรูหรารวมทั้งมีชาติตระกูลกว่าบนเส้นทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนานๆถึงจะลดตนเองลงมาเล่นในถ้วยนี้สักครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการถูกบังคับให้มาแบบไม่ค่อยเต็มใจเพียงฤดูนี้ ถ้วย "ยูโรปา ลีก" แปลงเป็นวัตถุประสงค์ลำดับหนึ่งที่พวกพ้องภูติผีปีศาจแดงต้องเอามาให้ควรได้
นอกจากจะเป็นเกียรติประวัติรวมทั้งการบรรลุผล มันบางทีอาจจะเป็นเพียงแต่ทีทางเดียวที่ช่วยให้พวกเขากลับเข้าสู่เส้นทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกที
การกลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นับว่าสำคัญสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากมายครับผม สำคัญทั้งในแบบ "รูปธรรม" รวมทั้ง "นามธรรม" เลยทีเดียว เนื่องจากว่านอกจากจะเป็นแหล่งรายได้เป็นอันมาก – การได้มีส่วนร่วมในรายการนี้ไม่มีความต่างจากพลังเย้ายวนใจผู้เล่นระดับดาวดังให้มาร่วมกลุ่มอีกด้วยที่สำคัญคือการเบียดตนเองเข้ามาเป็น 1 ใน 4 ขั้นแรกของตารางพรีเมียร์ลีกดูเหมือนเกิดเรื่องยากเยอะขึ้นทุกที
วันก่อนเพิ่งครบรอบ 100 วันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ค้างที่อยู่ในอันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ว่าแล้วหลังจากนั้นก็ล้อเลียนกันสนุกสนานสนามตามสูตรสำเร็จของโลกโซเชี่ยลจริงๆน่าจะทำบุญทำทานร้อยวันไปเลย – ไหนๆก็อยู่ในอันดับ 6 ครบ 100 วันแล้วนี่ 555
ประมาณดูแล้ว ฤดูนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะหนีอันดับ 6 ไม่พ้นแล้วล่ะ เนื่องจากว่าจะว่าไปในฤดูนี้ พวกเขาได้โอกาสสลัดอันดับ 6 ของตนทิ้งไม่ต่ำกว่า 4-5 ครั้งทุกครั้งที่โอกาสพุ่งเข้ามาหาก็มักมีอันต้องกำเนิดอะไรขึ้นสักอย่าง ยกตัวอย่างเกมปัจจุบันที่เซิ้งกับ บอร์นมัธ ในบ้าน
เกมนั้นถ้าลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นฝ่ายมีชัยก็จะดีดอันดับ 6 ทิ้งไปได้อย่างแน่นอนอย่างน้อยๆ2 อาทิตย์ แม้กระนั้นจนแล้วจนรอดก็กลับแออัดความปราชัยให้แขกไม่ได้ ทั้งที่คู่ปรับเหลือผู้เล่น 10 แถม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดโทษอีกต่างหากอีหรอบนี้น่าจะถูกใครบางคนบนฟ้ากลั่นแกล้งแล้วล่ะหรือไม่ก็น่าจะถูกสาบให้อยู่ในอันดับ 6 ตลอดกาลกระทั่งจะจบฤดู เท่านั้นยังไม่พอการมีศึกอื่นๆรอบด้านนำมาซึ่งการทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งขันในพรีเมียร์ลีกล้าช้ากว่าคู่แข่งขันอย่าง ลิเวอร์พูล
เหตุการณ์ปัจจุบัน กลุ่มอันดับ 6 ของตารางอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกกลุ่มอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างไปเป็น 6 แต้มแล้ว แม้จะแข่งขันน้อยกว่า 2 นัดหมายก็ตามทีต่อยก่อนดีกว่าครับผมคือตาม 6 แต้ม โดยแข่งขันน้อยกว่า 2 นัดหมาย ดูผิวเผินเสมือนไม่เสียเปรียบอะไร – แค่ชนะ 2 นัดหมาย แต้มก็จะเสมอกันโดยทันที
แต่มันยังไม่เกิดขึ้นไงครับ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมาค้ำประกันเหตุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะชนะทั้ง 2 นัดหมายที่หลงเหลือ ผิดกับ ลิเวอร์พูล ที่ลงเล่นไปเรียบร้อย รวมทั้งนำอยู่ 6 แต้มคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

เทียบเป็นจุดโทษ ลิเวอร์พูล ก็สังหารไปก่อน 2 ลูก โดยเข้าไปตุงตาข่ายทั้ง 2 ลูก ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสยิงคราวหลัง 2 ครั้ง แม้กระนั้นแม้กระทั่งเข้าทั้ง 2 ครั้งก็ทำได้แค่ตีเสมอ ไม่ซ้ำยังกดดันกว่าต่อนี้ไปมาดูโปรแกรมที่หลงเหลืออยู่ของทั้ง 2 กลุ่มครับผม
ลิเวอร์พูล เหลือเจอกลุ่มใหญ่ด้วยกันแค่เพียงนัดหมายเดียว คือบุกไปเยือน แมนฯ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้ แล้วหลังจากนั้นก็มีศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้อีกนัดหมาย นอกจากนั้นอีก 8 นัดหมายที่เหลือ มีแม้กระนั้นกลุ่มที่เล็กกว่า ขณะโปรแกรมที่เหลือของ แมนฯ ยูไนเต็ด นับว่าหนักกว่าครับผม เนื่องจากว่ายังต้องเจอกลุ่มใหญ่อย่าง เชลซี, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล รวมถึงนัดหมายหลงเหลือกับ แมนฯ ซิตี้ แถมผลงานในการเจอกลุ่มพิกัดใกล้เคียงกันไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ เนื่องจากว่าเพิ่งเอาชนะได้แค่ "น้องไก่" กลุ่มเดียวในฤดูนี้
ด้วยเหตุดังกล่าวการหวังว่าจะได้อันดับ 4 บนตารางพรีเมียร์ลีก รวมทั้งได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วยดูเหมือนเป็นอะไรที่เกินฐานะไปสักนิดสักหน่อยว่าแล้วคงจะต้องเลือกครับ เลือกไปทางใดทางหนึ่งแบบสุดกำลัง เนื่องจากว่ามันคงจะยากที่จะเก็บคุณไว้ทั้ง 2 ตัว เอ๊ย! 2 คน
พรีเมียร์ลีก เหลืออีก 11 นัดหมาย ตามหลังอันดับ 4 อย่าง ลิเวอร์พูล 6 แต้ม แข่งขันน้อยกว่า 2 นัดหมาย ประตู-ได้เสียด้อยกว่าอยู่ถึง 8 ประตู มีความหมายว่าแม้กระทั่งชนะทั้ง 2 นัดหมายในเกมหลงเหลือ ถ้าคิดจะแซงหงส์แดงก็ต้องชนะคู่ปรับ 2 นัดหมายรวมกันให้ได้มากกว่า 8 ประตูรวมทั้งไม่เพียงแต่ ลิเวอร์พูล ยังมีกลุ่มอันดับ 5 อย่าง อาร์เซน่อล ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องห้ำหั่นด้วย
แบบงี้เบนเป้าไปที่ ยูโรปา ลีก สุดกำลังเลยดีกว่า เนื่องจากว่าถ้าเอาชนะ รอคอยสตอฟ ได้สำเร็จในเกมเมื่อคืนนี้วันพฤหัสฯ ถ้าจะไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์ก็เหลืออีกแค่ 5 เกมแค่นั้น (2 เกมในรอบ 8 กลุ่ม + 2 เกมในรอบตัดเชือก + 1 เกมในนัดหมายชิงฯ)
ถ้าคิดจะเอาทั้ง 2 รายการ คืออันดับ 4 ด้วย แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วย นอกจากจะเกินฐานะแล้ว บางโอกาสมันบางทีอาจดึงกันเองกระทั่งพุ่งชนความล้มเหลวทั้ง 2 รายการ…ก็…เป็น…ได้
ทางที่ดีพนันกับแชมป์ ยูโรปา ลีก ไปเลยดีกว่า ว่าแล้วหลังจากนั้นก็เอาค้อนปอนด์มา "ทุบหม้อข้าว" ของตนในพรีเมียร์ลีกทิ้งไปเลย!
คือไม่ต้องสนกับการฉกฉวยอันดับ 4 อีกต่อไปพลางทำใจยอมรับอันดับ 6 ของตนว่ามันก็น่ารักดีเช่นกันนะ แล้วเน้นไปในเส้นทางสาย ยูโรปา ลีก เพียงแต่รายการเดียว เปรียบเหมือนการทุบหม้อข้าวตนเองทิ้ง เพื่อเข้าตีฐานทัพของศัตรู ถ้าเกิดแพ้ ถ้าเกิดยึดไม่ได้ก็จะไม่มีข้าวยัดส์ เนื่องจากว่าตนเองทุบหม้อข้าวแตกหมดแล้ว ด้วยเหตุนั้นต้องเอาชนะศัตรูหรือครองแชมป์ให้ได้เพียงแต่สถานที่เดียว
ย้อนกลับไปในปี 2005 ลิเวอร์พูล จากความคิดของที่ปรึกษาหนวด – ราฟาเอล เบนิเตซ ก็เคยใช้แนวทางนี้ครับผม คือทุบหม้อข้าวตนเองทิ้งไปเลย โดยจัดกลุ่มแบบไม่เต็มดูดในพรีเมียร์ลีก เพื่อเน้นย้ำใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เพียงอย่างเดียว (กระทั่งถูกเพื่อนพ้องร่วมเมืองอย่าง เอฟเวอร์ตัน เอาอันดับ 4 ไปครอง)

Tags: